กำเนิดเชื้อ H5N1 การเพาะเชื้อ ในฮ่องกง

 

ในหนังสือ "ไข้หวัดใหญ่" ของ ศ.น.พ.ประเสริฐ ทองเจริญ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปฏิบัติงานคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รายงานการเพาะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ของสัตว์ปีก (avian influenza) จากผู้ป่วยในฮ่องกงไว้ว่า ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2540 มีผู้ป่วยเป็นเด็กชายอายุ 3 ปี ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า คออักเสบ (pharyngitis)ได้รับการรักษาจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม ผู้ป่วยมีอาการหนักลง จึง่ได้ทำการดูดเสมหะออกจากหลอดคอ 10 วันหลังป่วยแล้วนำไปเพาะในเซลล์พบว่า

ก่อพยาธิสภาพบนเซลล์ MDCK หรือ madin darby canine kidney cells และ LLC-MK2 (rhesus monkey kidney cells) 2-3 วันหลังจากหยอดตัวอย่างลงบนเซลล์เพาะ เมื่อย้อมด้วยวิธีอิมมูโนฟลูออเรสเซนต์โดยใช้โมโนโคลนัล แอนติบอดีต่อไวรัสพาราอินฟลูเอ็นซ่า 1, 2, 3 ไวรัสเรสไปราตอรีย์ ซินซีเชี่ยล และไวรัสไข้หวัดใหญ่ จึงสามารถพิสูจน์เบื้องต้นได้ว่า เป็นไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A หรือ influenza A โดยให้ชื่อตามระบบสากลว่า influenza A/Hong Kong 156/97

เมื่อทำการวิเคราะห์ลักษณะทางแอนติเจนปรากฏว่า เชื้อที่แยกได้ใหม่นี้ไม่ถูกยับยั้งโดย sheep hyperimmure antibodies ต่อ H1 ถึง H3 ซึ่งเป็นรีเอเย่นต์ชุดมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) แม้ว่า hemagglutinin antigen มีอยู่ถึง 15 ชนิดก็ตาม แต่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ก่อให้เกิดโรคในคนนั้นมีเพียง H1 H2 H3 เท่านั้น ดังนั้นชุดมาตรฐานของ WHO จึงมีเฉพาะ H1 ถึง H3 ส่วนสัตว์ปีกอาจพบได้ทุก subtype ตั้งแต่ H1 ถึง H15 ดังนั้นการย้อมโดยวิธีอิมมูโนฟลูออเรสเซนต์จึงบอกได้แต่เพียงว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ A ด้วยเหตุนี้จำต้องทำการทดสอบกับ panel ของแอนติซีรั่มต่อ subtype ต่างๆ ของ hemagglutinin antigen อื่นๆ ต่อไปอีก ผลจึงปรากฏว่า ทำปฏิกิริยากับไวรัส A/tern/ South Africa/61 หรือ H5N3 เท่านั้น ดังนั้นจึงได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มี hemagglutinin antigen เป็น H5 subtype

แต่การทดสอบปฏิกิริยา PCR โดยใช้สารสกัด RNA จากเชื้อที่แยกได้บนเซลล์เพาะ MDCK ของผู้ป่วยก็ยืนยันว่า เป็น H5 subtype ส่วน neuraminidase หรือ N subtype นั้น เป็นชนิด N1 และเมื่อทำการวิเคราะห์ nucleotide sequence พบว่า ไวรัส A/Hong Kong 156/97 นั้นเป็นไวรัสที่ใกล้เคียงกับ A/parrot/UIster/ (H5N1) มากที่สุด ดังนั้นไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่เกิดในฮ่องกง A/Hong Kong/156/97 จึงได้รหัสที่ถูกต้องว่า "H5N1"

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาวิเคราะห์ยีนทุก segment ของไวรัส H5N1 (มีอยู่ 8 segment ได้แก่ PB2 PB1 PA HA NP NA M และ NS) ได้แสดงให้เห็นว่า ทุก segment ยังเป็นยีนของไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ปีกทั้งหมด และยังไม่มีหลักฐานว่ามี genetic reassortment กับเชื้อไข้หวัดใหญ่ของมนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งยีนของ Type A และด้วยเหตุนี้ไวรัสสัตว์ปีก H5N1 ในฮ่องกงจึงไม่แพร่กระจายออกไปในวงกว้าง การแยกเชื้อไวรัสจากผู้ป่วยรายต่อๆ ไปจนกระทั่งถึงปลายเดือนธันวาคม 2540 ก็ยังคงพบว่าเป็น H5N1

ที่มา         http://www.matichon.co.th/avian_flu/Column.php?news=4