website เพื่อการศึกษา และ นานาความรู้   
   
สมุดเยี่ยม

 

รู้จัก"ทามิฟลู" ยาต้านไข้หวัดนก


         จากสถานการณ์ไวรัสโรค "ไข้หวัดนก" ระบาดทั่วโลก ทำให้รัฐบาลประเทศต่างๆ สั่งซื้อและกักตุนยาต้านไว้หวัดนกยี่ห้อ "ทามิฟลู" ของบริษัทโรช ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กันขนานใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญก็เตือนว่า การฝากความหวังไว้กับยาทามิฟลูเพียงตัวเดียวในการป้องกันไวรัสไข้หวัดนกระบาดอาจยังไม่เพียงพอ

ตัวยา "ทามิฟลู" พัฒนาโดยบริษัทโรช มีชื่อทางการแพทย์ว่า "โอเซลทามิเวียร์" (Oseltamivir)
มีคุณสมบัติเป็นยาต่อต้านเชื้อไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่ชนิด "เอ" และ "บี" รวมถึงสายพันธุ์ "เอช 5 เอ็น 1" ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้หวัดนกในคนที่แพร่ระบาดในทวีปเอเชียและยุโรปในขณะนี้

ทามิฟลูจัดเป็นยาต้านไข้หวัดใหญ่ตัวแรกของโลกที่รับประทานทางปาก เพื่อช่วยบรรเทาอาการป่วยจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

ในอดีตที่ผ่านมาส่วนมาก แพทย์มักจ่ายยาทามิฟลูแก่ญาติ หรือบุคคลที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่

การสั่งจ่ายยาทามิฟลูต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น


ยาตัวนี้มีลักษณะเป็นเม็ดแคปซูล ตามปกติ ต้องรับประทานพร้อมกับอาหาร หรือนมเพื่อป้องกันอาการคลื่นเหียนอยากอาเจียน

ยาทามิฟลูจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ต่อเมื่อผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกรับประทานยาภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน นับตั้งแต่ที่เริ่มแสดงอาการใหม่ๆ

การใช้ยาทามิฟลูให้ได้ผลต้องกินยา 2 เม็ดต่อ 1 วัน ช่วงเช้า 1 เม็ด และเย็น 1 เม็ดติดต่อกัน 5 วัน และกินยาต่อไปเช่นนี้อีกประมาณ 10 วัน

ในส่วนของการป้องกันการติดโรคไข้หวัดใหญ่นั้น ทางผู้ผลิตแนะนำให้ผู้บริโภคกินยาอย่างต่อเนื่องวันละ 2 เม็ดจนกว่าระยะเวลาในการแพร่ระบาดจะผ่านพ้นไป

อย่างไรก็ตาม การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์อย่างใกล้ชิด

สิ่งที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันคือ ถ้าเรารู้สึกว่ามีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่รุนแรงเกินไปต้องแจ้งให้ทางการทราบโดยเร็วที่สุด ข้อมูลเกี่ยวกับยาทามิฟลูที่ต้องรับทราบอีกประการ นั่นคือ ยาชนิดนี้ส่งผลกระทบข้างเคียง หรือไซด์เอฟเฟ็กต์ต่อร่างกายเช่นกัน

โดยในคนที่แพ้ยามากๆ อาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายๆ อย่างต่อไปนี้ประกอบกัน ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หายใจไม่ออก ปวดศีรษะ อ่อนล้า ปวดท้อง นอนไม่หลับ ไอเจ็บคอ หรือมีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ

ข้อควรระวังที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ถ้าอาการยังไม่ทุเลา หรือแย่ไปกว่าเดิมทั้งๆ ที่ใช้งานทามิฟลูไปหลายวันแล้วต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทันที

และไม่ควรจ่ายยาทามิฟลูแก่เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบโดยเด็ดขาด

วิธีการเก็บรักษาทามิฟลู ควรเก็บยาในอุณหภูมิห้อง ไม่ถูกความร้อน แสงแดด และความชื้น

ประชาชนทั่วไปอาจแยกไม่ออกระหว่างอาการของไข้หวัดใหญ่ธรรมดากับไข้หวัดนก แต่มีวิธีสังเกตความแตกต่างในเบื้องต้น อาทิ อาการของโรคโดยทั่วไปจะคล้ายคลึงกัน คือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอแห้งๆ แต่ไข้หวัดนกมักจะพบในเด็ก และอาการรุนแรงกว่า คือมีปอดบวม ภาวะหายใจล้มเหลวอย่างรวดเร็ว

การวินิจฉัยที่สำคัญคือการมีประวัติสัมผัสกับสัตว์ปีก หรือการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยไข้หวัดนกร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยสามารถรับการตรวจวินิจฉัยได้จากแพทย์ในสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง

ส่วนข้อวิตกเกี่ยวกับการที่โรคไข้หวัดนกจะติดต่อจาก "คนสู่คน" หรือไม่นั้น ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ชัดเจนว่า มีการติดต่อจากคนสู่คน

แต่เพื่อความปลอดภัย จึงไม่ควรสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่สงสัยไข้หวัดนก หรือโรคปอดบวม โดยปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการเยี่ยมไข้หรือการดูแลผู้ป่วยของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ล่าสุด มีคำเตือนว่าการใช้ยาทามิฟลูต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เชื้อไข้หวัดนกดื้อยาและกลายพันธุ์


ที่มา  www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03tec06011148&day=2005/11/01
จำนวน 
 
Visitor :

แนะนำ  แสดงผลที่หน้าจอขนาด  800 x 600 pixels   และ  textsize medium
จัดทำโดย  นายปราโมทย์  มุกดา    โรงเรียนท่าแพผดุงวิทย์  อำเภอท่าแพ  จังหวัดสตูล
e-mail   pmuk4@hotmail.com