'คู่มือหนีตาย' 'ภัยหวัดนก' ยกใหม่ร้ายกว่าเก่า


การแพร่ระบาดของโรค "ไข้หวัดนก" รอบใหม่...สร้างความอกสั่นขวัญหายให้กับคนไทยได้อีกครั้ง !! แม้ว่าโรคอันตรายโรคนี้จะมิใช่โรคใหม่ แม้ว่าคนไทยจะได้ยินได้ฟังกันเป็นประจำจนชินชาแล้ว.....

เพราะรอบนี้...ไม่ทันไรก็มี "คนตาย" แล้วหลายราย !!

...การระบาดของไข้หวัดนกรอบที่แล้วนั้น...ประเด็น "คนป่วย-ตาย" จนถึงเดือน มี.ค. 2547 มียอดผู้สงสัยว่าจะติดหวัดนก 20 ราย ในจำนวนนี้ติดไวรัสหวัดนก "H5 N1" แน่ ๆ 12 ราย ตาย 8 ราย หายป่วย 4 ราย สรุปคือรอบที่แล้วตาย 8 ศพ และมีอีกราว 610 รายที่ต้องอยู่ในข่าย "เฝ้าระวัง"

ส่วนการหวนกลับมาระบาดรอบใหม่... เหยื่อสังเวยหวัดนกแน่ ๆ รายแรกอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งคลุกคลีกับ "ไก่ชน" และ ณ วันที่ 26 ก.ย. ก็มีอีกอย่างน้อย 5-7 ราย ที่มีการระบุว่าอยู่ในข่ายป่วยแบบ "ต้องสงสัย" โดยในจำนวนนี้ตายไปแล้ว 3 ราย อยู่ที่ จ.กำแพงเพชร 2 ราย และที่ จ.ราชบุรี 1 ราย

ซ้ำร้ายยังเกิดกระแสตื่นกลัวเรื่อง "ติดจากคนสู่คน"

แม้จะมีการชี้แจง-ทำความเข้าใจ...แต่คนก็กลัว !?!

ทั้งนี้และทั้งนั้น มิใช่จะมาโหมกระพือให้คนไทยแตกตื่นกันเกินเหตุ แต่เพราะ "ไข้หวัดนก" ยังคงเป็น "ภัยร้ายแรง" อยู่...จะ "ประมาทไม่ได้เด็ดขาด !!" ดังนั้น การระมัดระวังป้องกันถือว่ามีความจำเป็น !!

สำหรับการป้องกันในภาพรวม มีคำแนะนำจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยสรุปก็คือ.....

- ต้องใส่ใจเรียนรู้ในเรื่องการติดต่อของโรค โดยในระยะนี้หากมีการป่วย-ตายของไก่หรือสัตว์ปีกอื่น ๆ ในจำนวนผิดปกติ ให้ถือเสมือนหนึ่งว่าสัตว์เหล่านั้นตายจากโรคไข้หวัดนก โดยไม่ต้องรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และห้ามมิให้ไปสัมผัสหรือจับสัตว์ปีกนั้นมาชำแหละเป็นอาหารเด็ดขาด โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนหรือก่อนวัยเรียน...นับเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องย้ำเตือนเป็นพิเศษ !!

- กรณีต้องสัมผัสกับสัตว์ปีกที่เลี้ยงไว้หรือต้องเกี่ยวข้องกับการทำลายสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย ให้มีการป้องกันตนเองโดยใส่หน้ากากอนามัย สวมถุงมือ สวมแว่นที่สามารถป้องกันมิให้ของเหลวจากสัตว์กระเด็นเข้าตา ใส่เสื้อผ้ามิดชิด ล้างมือให้บ่อย อาบน้ำหลังเสร็จภารกิจ และไม่ใช้มือที่ไม่ได้ล้างมาแคะจมูกหรือมาเปื้อนใบหน้า

- ผู้ที่มีประวัติสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย หรือสงสัยว่าป่วย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องมีหน้าที่ฆ่าหรือชำแหละสัตว์ปีก หากมีไข้เกิดขึ้นภายใน 10 วันหลังสัมผัส ให้รีบไปพบแพทย์และแจ้งรายละเอียดโดยเร็ว

- ให้ผู้ปกครองเด็กในพื้นที่ที่มีการระบาด กำกับดูแลไม่ให้เด็กเล่นดินทรายที่ปนเปื้อนมูลสัตว์หรือเล่นในบริเวณที่มีการชำแหละสัตว์ และดูแลให้เด็กล้างมือทุกครั้งหลังการเล่นบนพื้นที่อาจมีเชื้อโรค

- อีกประการ... อย่านำสัตว์ที่ป่วยหรือสงสัยว่าติดเชื้อมาชำแหละเพื่อปรุงเป็นอาหาร เนื่องจากขั้นตอนการปรุงอาหารอาจทำให้ผู้ชำแหละติดเชื้อได้ !!

ในส่วนของการระวังภัยไข้หวัดนก...จาก "อาหาร" ประเด็นนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็มีคำแนะนำสำหรับประชาชนในการบริโภคสัตว์ปีก ไก่, เป็ด, ห่าน, ไข่ทุกชนิด สรุปได้ดังนี้คือ.....

- ไข้หวัดนกไม่ใช่โรคติดต่อทางเดินอาหาร แต่เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ เชื้อไวรัสไข้หวัดนกไม่สามารถทนต่อความร้อนที่สูงเกิน 70 องศาเซลเซียสได้ การทอด ต้ม นึ่ง อบ หรือย่างให้สุกโดยปกติ จะสามารถฆ่าเชื้อไวรัสหวัดนกได้ จึงสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย

- แม่บ้าน-ผู้ปรุงอาหารที่สัมผัสกับเนื้อไก่, เป็ด, ห่าน โดยตรงในขณะปรุงอาหาร แม้จะยังไม่เคยมีรายงานการติดเชื้อจากกรณีนี้ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงใด ๆ แนะนำให้ ล้างมือและภาชนะให้สะอาด ด้วยสบู่หรือน้ำยาซักล้าง และ ควรแยกเขียง มีด หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ในการปรุงอาหารสุกจากอาหารที่ยังไม่ได้ปรุงสุก

- การบริโภคอาหารที่มีไข่ดิบ-ไข่ไม่สุกเป็นส่วนประกอบ ในช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดนก ควรทำไข่แดงและไข่ขาวให้สุก ๆ และเพื่อความมั่นใจ ควรล้างเปลือกไข่ ก่อนนำไปปรุงอาหาร

- อาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ ที่ใช้ไก่ เป็ด ห่าน และไข่ เป็นส่วนประกอบ ถ้าเป็นอาหารที่มาจากสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐาน ได้รับเครื่อง หมาย อย. ถูกต้อง และผ่านเกณฑ์จีเอ็มพีแล้ว จะเป็นอาหารที่มีความปลอดภัย เพราะมีกระบวนการผลิตที่ผ่านความร้อน หรือมีความเป็นกรด-ด่างที่เชื้อโรคไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำสลัด, มายองเนส ส่วนอาหารที่นำไข่แดงดิบมาปรุงโดยตรง เช่น ไอศกรีมไข่แข็ง ควรหลีกเลี่ยง ไว้ก่อน

- ปลาที่เลี้ยงในบ่อใต้กรงไก่ ที่เคยมีความกังวลว่าอาจติดเชื้อไข้หวัดนก คนบริโภคแล้วอาจติดเชื้อด้วย ยังไม่เคยพบกรณีนี้ แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรทำให้สุกก่อน ซึ่งจะปลอดภัยจากเชื้อทุกชนิด รวมถึงพยาธิ

สรุปแล้ว...เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการรับประทานอาหาร "ต้อง ให้ความสำคัญกับหลักสุขอนามัยที่ดี" เช่น ล้างมือให้สะอาด, ป้องกันการปนเปื้อนข้ามจากอาหารดิบสู่อาหารสุก, ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนเกิน 70 องศาฯ, หลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีลักษณะกึ่งสุกกึ่งดิบ เป็นต้น...

เหล่านี้เป็น "วิธีเลี่ยงภัยไข้หวัดนก" ที่ยอมรับกันว่าได้ผล...

"ไข้หวัดนก" ยังอาละวาด...เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่น่ากลัว

อีกทั้งการระบาดรอบใหม่ยังทำท่าว่าอาจจะ "ร้ายกว่าเก่า"

แต่แค่ใส่ใจ "ไม่ประมาทเลินเล่อ" ชีวิตก็จะปลอดภัย !!!!.

ที่มา    www.dailynews.co.th