นักวิจัยอิตาลี นำโดย ดร.เปาโล รอสซินี่ โรงพยาบาลในเมืองมิลาน ค้นพบว่า สัญญาณโทรศัพท์มือถือส่งผลกระทบต่อสมองส่วนคอร์เท็กซ์ซึ่งอยู่ใกล้โทรศัพท์มากที่สุด แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะก่ออันตรายชนิดใดหรือมีความเกี่ยวพันกับมะเร็งหรือไม่
ผลการค้นพบดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสารประสาทวิทยา ระบุว่า จากการใช้เครื่องส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า "TMS" ทดสอบการทำงานของสมองของอาสาสมัครชาย 15 คนขณะกำลังใช้โทรศัพท์ระบบจีเอสเอ็ม 900 นาน 45 นาที พบว่า เซลล์สมองส่วนมอเตอร์คอร์เท็กซ์ที่อยู่ใกล้ชิดกับโทรศัพท์ของอาสาสมัคร 12 คน เกิดความเปลี่ยนแปลงและจะกลับสู่ภาวะปกติภายใน 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้ คอร์เท็กซ์คือเปลือกชั้นนอกของสมอง ส่วนมอเตอร์คอร์เท็กซ์รู้จักกันดีว่าเป็นพื้นที่ในสมองซึ่งถูกเร้าได้ง่าย ส่วนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะส่งผลให้กล้ามเนื้อสมองเกร็งกระตุก
สถิติของอุตสาหกรรมมือถือ คาดว่า ปีนี้โทรศัพท์มือถือมียอดจำหน่ายราว 730 ล้านเครื่อง ปัจจุบันมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถืออยู่แล้วเกือบ 2 พันล้านคนทั่วโลก ทั้งนี้ มากกว่า 500 ล้านคนใช้โทรศัพท์ซึ่งปล่อยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
นักวิจัยย้ำว่า ผลการค้นพบไม่ได้ชี้ชัดว่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือส่งผลเสียต่อสมอง แต่คนที่มีโรคประจำตัวอย่าง ลมบ้าหมู ซึ่งเกี่ยวข้องกับเซลล์สมองส่วนที่ถูกกระตุ้นได้ง่าย มีสิทธิจะได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงควรจะมีการเตือนถึงการใช้งานยาวนานและการได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซ้ำๆ จากโทรศัพท์มือถือในชีวิตประจำวันอาจจะก่ออันตรายหรือเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคภัยกับสมอง และจำเป็นต้องศึกษาเจาะลึกลงไปกว่านี้เพื่อให้มั่นใจว่ามือถือมีความปลอดภัยเพียงพอ
เมื่อปี 2548 นักวิจัยสวีเดนพบว่า การใช้งานโทรศัพท์มือถือนานเกินไปมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกสมอง แต่ผลการศึกษาของผู้ให้บริการมือถือ 4 รายในญี่ปุ่นค้านว่า ไม่มีหลักฐานที่ระบุว่าคลื่นวิทยุจากมือถือจะเป็นอันตรายต่อเซลล์หรือดีเอ็นเอ ซึ่งสภาที่ปรึกษาด้านสุขภาพของชาวเนเธอร์แลนด์ได้วิเคราะห์ผลการศึกษาหลายชิ้นและพบว่าไม่มีหลักฐานว่าคลื่นมือถือจะก่ออันตรายเช่นกัน
ที่มา http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03tec01290649&day=2006/06/29
|