พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย กอบกู้เมืองไทยด้วยวัฒนธรรม
ประเทศไทยมีแหล่งชอปปิ้งขนาดมโหฬารอยู่มากมาย แต่พอ มองหาพิพิธภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบพอให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปได้ใช้ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดและผลงานด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กลับหาไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้ขานรับนโยบายรัฐบาลในการอนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาศิลปวัฒนธรรม มีการระดมความคิดเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง "พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย" ให้เป็นพื้นที่แสดงออกทางศิลปวัฒนธรรมของเยาวชน เป็นแหล่งรวบรวมและจัดจำหน่าย วัสดุอุปกรณ์ทางด้านศิลปะแขนงสาขาต่างๆ และเป็นศูนย์ข้อมูลความรู้ทางศิลปวัฒนธรรมจากในและต่างประเทศ อันเป็นการยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนในสังคม

การจัดสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการศิล ปะร่วมสมัยคือ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมร่วมสมัย) ปี 2541 เพชร โอสถานุเคราะห์ นักสะสมงานประดิษฐ์ระดับสากล เจ้าของ ครงการพิพิธภัณฑ์เอกชนเพื่อสาธารณชน และ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

ดร.สุเมธ ให้มุมมองเกี่ยวกับบทบาทและทิศทางของพิพิธภัณฑ์ศิล ปะร่วมสมัยว่าพิพิธภัณฑ์สามารถทำให้ประเทศเลื่องชื่อได้ในเวลาไม่นานนัก เพราะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจ อย่างเช่น เมืองบิลเบา ประเทศสเปน จากเดิมที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก แต่เมื่อมีพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ เมืองบิลเบาจึงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

"สำหรับไทยเราที่เป็นประเทศกำลังพัฒนานั้นเสียเปรียบในเรื่องภาพพจน์ ทั้งนี้เพราะเรามักจะถูกมองในแง่ลบหรือล้าสมัย ซึ่งมีผลกระทบไปถึงเวทีเศรษฐกิจ การเมือง และการค้าระหว่างประเทศ จึงจำเป็นที่ต้องปรับภาพพจน์ของประเทศในเชิงรุก โดยการสร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยในรูปแบบแหวกแนว เราจะต้องเสนอภาพพจน์ที่ทันสมัย นโยบายวัฒนธรรมนำชาติจะทำได้ยาก เพราะภาพพจน์ของเราไม่ดี ทุกอย่างต้องไปเป็นกระบวนการ ทั้งวัฒนธรรมเศรษฐกิจ ไปถึงการจัดตั้งงบประมาณ จะเรียกว่าวัฒนธรรมนำเศรษฐกิจก็ว่าได้" ดร.สุเมธกล่าว ก่อนเสริมว่า รัฐบาลก็ต้องไม่นิ่งดูดายกับพิพิธภัณฑ์เอกชน แต่ควรสนับสนุนด้านงบประมาณให้ด้วย นอกจากนั้นก็ต้องส่งเสริมเอกชนรายใหม่ๆ ให้สนใจเข้ามาทำงานด้านนี้ให้มากขึ้น เพราะถือเป็นการทำงานด้านภาพพจน์แทนรัฐบาล

ด้านเพชร โอสถานุเคราะห์ เจ้าของโครงการพิพิธภัณฑ์เอกชนเพื่อสาธาณชน ภายใต้แนวความคิด การเชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับความรกของกรุงเทพฯ เผยว่าเหตุที่จัดทำ โครงการพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาก็เพราะอยากให้มีศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยทั้งของไทยและเทศ เพราะเรามีชอปปิ้งเซ็นเตอร์ แต่ยังไม่มีอาร์ตเซ็นเตอร์ที่ได้มาตรฐานสากล พิพิธภัณฑ์จึงอาจพัฒนาศิลปะและการศึกษาของคนไทย รวมถึงพัฒนาศิลปินไทยให้ก้าวขึ้นสู่เวท ีโลกให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยพิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่บริเวณกล้วยน้ำไทย เนื้อที่กว่า 2 ไร่ เป็นอาคาร 4 ชั้นสูง 27 เมตร

"การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ มีแนวทางใกล้เคียงกับการก่อสร้างวัด เพราะจะทำให้ทุกฝ่ายอยากมีส่วนร่วม ใครที่มีจิตศรัทธาก็ช่วยกันตามแรงศรัทธาเพราะเกรงว่า หากทำจากคนๆ เดียวจะทำให้งานออกมาไม่ดีพอ ตอนนี้โครงการยังขาดแคลนด้านเงินทุน ทีมงานผู้มีความรู้ ความสามารถ และขอความสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องของกฎหมายให้ดำเนิน การได้อย่างสะดวก การยกเว้นภาษี หรือจะเป็นการสนับสนุนด้านการเงินให้ดำเนินโครงการได้อย่างราบรื่น" เพชร กล่าวถึงโครงการขนาด 200 ล้านบาท และขยายความว่าขณะนี้ได้ยื่นแบบเพื่อขออนุญาต ก่อสร้างไปยังกรุงเทพมหานครและคาดว่าจะมีการประมูลการก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี แบบของพิพิธภัณฑ์เป็นตึกสี่ชั้นที่มีภายในเรียบง่าย แต่ภายนอกห่อหุ้มด้วยแหที่ทำด้วยโลหะและมีรูปทรงคล้ายภูเขา โดยทีมผู้ออกแบบซึ่งประกอบด้วยสถาปนิกและศิลปิน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภูเขา เกาะ และวัดวาอารามในบ้านเรา นอกจากนี้ รูปแบบภายนอกยังมีความสัมพันธ์กับความโกลาหลของนครกรุงเทพฯ ด้วย

สุดท้าย ศ.ดร.อภินันท์ กล่าวสรุปปิดท้ายการสัมมนาครั้งนี้ว่า พิพิธภัณฑ์ฯ ควรมีบทบาทและการให้บริการอันหลากหลาย ได้แก่เป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งให้ความรู้และ ความบันเทิง เป็นจุดนัดพบ และมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับคนไทยใน การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ที่สำคัญพิพิธภัณฑ์ควรจะตั้งอยู่ใจกลางเมืองและมีหลายแห่งเพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้บริการ

ส่วนกรณีที่ว่าพิพิธภัณฑ์ของเอกชนจะบดบังความสำคัญพิพิธภัณฑ์ที่สำ นักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยจะดำเนินการหรือไม่นั้น ผู้อำนวยการสำนักงานน้องใหม่แห่งกระทรวงวัฒนธรรม ตอบอย่างมั่นใจว่า พิพิธภัณฑ์ทั้งสองแห่งนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อกันได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยมีความพยายามมาโดยตลอดที่จะ ให้คนไทยได้ศึกษาแนวคิดด้านพิพิธภัณฑ์ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาบรรยายหลายครั้ง เช่น มร.เรอโนต์ ปิเอราร์ด จากกรุงปารีส มาบรรยายเรื่อง "เทคนิคการดำเนินงานสร้างหอศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย" มร.เดวิด แอลเลียต ผอ.พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ ญี่ปุ่น บรรยายเรื่อง "ความจำเป็นที่ประเทศไทยต้อง มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย" เป็นต้น

เห็นความพยายามอย่างนี้ คนไทยคงมีโอกาสเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ศิลป วัฒนธรรมร่วมสมัยที่ทันสมัยเพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ และสมบัติทรงค่าของคนไทยทั้งชาติในอีกไม่นาน!

    ที่มา   นสพ. คม ชัด ลึก วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2547