จาก-ไตรภูมิกถา ถึง-ราชสกุลวงศ์ แลศิลาจารึก หลักที่ ๑

 

สนใจและติดใจ ข้อเขียนของท่าน ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ ในศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๖ มาก ได้รับความรู้แตกต่างจากที่เคยรู้มาในอดีต หากมีข้อความที่น่าพิจารณา ก็คือ (จะขอคัดลอกเนื้อหาเหล่านั้นเป็นข้อๆ พร้อมอ้างเลขที่หน้าในศิลปวัฒนธรรมฉบับดังกล่าวด้วย)

๑. เป็นที่น่าสงสัยว่าเหตุใด เมื่อพระธรรมปรีชา (แก้ว) รวบรวมไตรภูมิโลกวินิจฉัยขึ้นในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงไม่มีผู้ใดกล่าวถึงไตรภูมิกถา หรือไตรภูมิพระร่วง...ศิลปฯ หน้า ๑๖๑

เท่าที่ทราบ กรมศิลปากรจัดพิมพ์หนังสือวรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ เล่มที่ ๒ เรียกหนังสือดังกล่าวว่า "ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา" หนังสือเล่มนี้พิมพ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕

ครั้นอ่านข้อความที่คัดลอกมาในข้อ ๑ ทำให้นึกถึง "ราชบัณฑิตยสถาน" จัดพิมพ์ "อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย" เล่ม ๓ ที่พิมพ์ขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ และพิมพ์ครั้งที่ ๓ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ อักษร ต-บ ในหน้า ๔๓๔ มีข้อความ

ตะเครา เขา ใน ต.บางครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี สูง ๕๒ ม. บนยอดเขามีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูป ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อเขาตะเครา" นับถือว่าศักดิ์สิทธิ์ มีงานนัดไหว้ในเทศกาลตรุษสงกรานต์ และมีการเชิญหลวงพ่อเขาตะเคราออกแห่ในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นงานประจำปี

ต้องการทราบคำ ตะเครา แปลว่าอะไร จึงหาพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๔๙๓, พ.ศ. ๒๕๒๕ (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑ และที่ ๖), พ.ศ. ๒๕๔๒ มาเปิดดู

เชื่อหรือไม่! "ราชบัณฑิตยสถาน" ไม่เก็บคำนี้ไว้ในพจนานุกรมฉบับต่างๆ ที่กล่าวมา อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทยก็ดี พจนานุกรมก็ดี ผลิต-ทำ-ค้นคว้า-หาคำ จากสำนักราชบัณฑิตยสถานเดียวกัน อย่างหนึ่งเก็บ อีกอย่างหนึ่งไม่เก็บ เป็นเพราะอะไร คงเป็นเพราะเอกสิทธิ์การทำงานในสำนักงานราชบัณฑิตยสถานนั่นเอง

ในทำนองเดียวกัน พระธรรมปรีชา (แก้ว) กับวงปราชญ์ร่วมคณะของท่าน คงถือเอกสิทธิ์ที่จะไม่กล่าวถึง ไตรภูมิพระร่วง ใน "ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา" ก็เป็นได้ ดังนั้น ปัญหาข้อนี้จึงไม่น่าแปลกใจแต่ประการใด

๒. ทั้งๆ ที่เรื่องไตรภูมิพระร่วง ฉบับของพระมหาช่วย วัดกลางปากน้ำได้จารขึ้นแล้วเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๒๑ (ค.ศ. ๑๗๗๘) ในสมัยของพระเจ้ากรุงธนบุรี และต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๓๓๐ (ค.ศ. ๑๗๘๗) ก็จารขึ้นอีกครั้งหนึ่งโดยพระมหาจันทร์ ซึ่งไตรภูมิพระร่วงทั้งสองฉบับนี้ก็แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น...ความต่อ ศิลปฯ หน้า ๑๖๑

เนื้อหาข้อความดังกล่าวข้างต้น ต้องกับบานแพนกหนังสือไตรภูมิพระร่วง ของพระญาลิไทย ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ไว้เมื่อ วันที่ ๑ พฤษภาคม รัตนโกสินท ศก ๑๓๑ ที่องค์การค้าคุรุสภาจัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๐๓ ดังนี้

หนังสือไตรภูมิฉบับนี้ ว่าเป็นของพระเจ้ากรุงศรีสัชนาลัย สุโขทัย ผู้ทรงพระนามว่า พระญาลิไทย ได้แต่งไว้เมื่อปีระกา ศักราชได้ ๒๓ ปี ต้นฉบับหอสมุดวชิรญาณได้มาจากเมืองเพชรบุรี เป็นหนังสือ ๑๐ ผูก บอกไว้ข้างท้ายว่า พระมหาช่วย วัดปากน้ำ ชื่อวัดกลาง (คือวัดกลาง เมืองสมุทรปราการเดี๋ยวนี้) จารขึ้นไว้ในรัชกาลเจ้ากรุงธนบุรี ณ เดือนสี่ ปีจอสัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๑๔๐

ความต้องกันกับหนังสือวรรณกรรมสมัยสุโขทัย ที่กรมศิลปากรจัดพิมพ์เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ หน้า ๑๙๗ คือ

พระมหาช่วยจารพระไตรภูมิกถาที่วัดปากน้ำ ชื่อวัดกลาง แล้วแต่ในเดือน ๔ ปีจอ วันอาทิตย์ เมื่อเพลาตะวันบ่าย ๓ โมงเศษ เมื่อพุทธศักราชล่วงไปได้แล้ว ๒๓๒๑ พระวรรษา เศษสังขยา เดือนได้ ๙ เดือน วันได้ ๒๖วัน เป็นสำเร็จแล้วแล

ฉบับพระมหาจันทร์ว่า "พระมหาจันทร์มีศรัทธา เจตนาสร้างพระไตรภูมิกถา นี้ไว้สำหรับพระศาสนาพระพุทธเจ้าตราบเท้า ๕ พันพระวัสสา นิพพาน ปัจจัยโย โหตุ ขอให้เป็นปัจจัยแก่พระนิพพานเถิด แล้วในเดือน ๑๐ แรม ๓ ค่ำ วันเสาร์ ปีมะแม เพลาตะวันบ่าย เมื่อพระพุทธศักราชล่วงไปได้ ๒๓๓๐ พระวษา เดือนได้ ๕ เดือน วันได้ ๒ วันแล้ว

ความต้องกันกับหนังสือพจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทย สมัยสุโขทัย ไตรภูมิกถา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อความในหน้า (๗) ดังนี้

๙. หนังสือที่ใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิง มีดังนี้

๙.๑ เอกสารตัวเขียน (สมุดไทย) จากหอสมุดแห่งชาติ

ไตรภูมิกถา ผูก ๑ อยุธยา

ไตรภูมิพระร่วง ความเก่า จารในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พ.ศ. ๒๓๒๑

ไตรภูมิพระร่วง ความเก่า จารในสมัยรัชกาลที่ ๑ พ.ศ. ๒๓๓๐

การที่คัดลอกข้อความในหนังสือที่กล่าวมาทั้ง ๓ เล่ม เพื่อจะได้เป็นหลักฐานสนับสนุนการกล่าวอ้างของ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ เกี่ยวกับการจารไตรภูมิกถา-ไตรภูมิพระร่วง โดยพระมหาช่วย และพระมหาจันทร์ พ.ศ. ๒๓๒๑-๒๓๓๐ นั้นถูกต้อง แม้ราชบัณฑิตยสถานจะอ้างไตรภูมิกถาในสมัยอยุธยาอีกผูก ๑ ก็ตาม

เมื่อทราบ พ.ศ. ๒๓๒๑-๒๓๓๐ เป็น พ.ศ. ที่จารหนังสือไตรภูมิพระร่วงแล้ว อดที่จะนึกถึงหนังสือ "ราชสกุลวงศ์" ที่พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายสนั่น บุณยศิริพันธุ์ ณ สุสานหลวงวัดเทพศรินทราวาส เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๑๒ ไม่ได้ เพราะมีข้อความปรากฏอยู่ในหน้า ๒๕ เกี่ยวกับพระราชโอรส พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ประสูติเมื่อเสด็จดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร โดยเฉพาะลำดับที่ ๔๓ ดังนี้

ที่ ๔๓ เจ้าฟ้าชาย มงกุฎ สมมุติเทวาวงศ์ พงศาอิศวรกระษัตริย์ขัตติยราชกุมาร (พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) พระราชสมภพเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีชวด ตรงกับวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๔๗

ในรัชกาลที่ ๒ เป็นอธิบดีกรมมหาดเล็ก ทรงผนวชอยู่ ๒๗ พรรษา เป็นเจ้านายพระองค์แรกที่ปรากฏในพงศาวดารว่าได้เป็นเปรียญ

ในรัชกาลที่ ๓ เป็นพระราชาคณะ สมณศักดิ์เท่าเจ้าคณะรอง เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ รัชกาลที่ ๔ เมี่อวันพุธ เดือน ๕ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีกุน ยังเป็นโทศก พ.ศ. ๒๓๙๔ สวรรคตเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๔๑๑ พระชนมพรรษา ๖๕ พรรษา ที่ ๒ ในสมเด็จพระศรีสุริเยนทร์

พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๗ หลังจากที่พระมหาช่วย และพระมหาจันทร์จาร "ไตรภูมิกถา-ไตรภูมิพระร่วง" สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ๒๖-๑๗ ปี ตามลำดับ

๓. จากการเปรียบเทียบคำศัพท์ เนื้อหา และสำนวน ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมากระหว่างจารึกพ่อขุนรามคำแหง และไตรภูมิพระร่วง เห็นได้ว่าเอกสารทั้งสองน่าจะเป็นบทประพันธ์ของผู้แต่งคนเดียวกัน ในเมื่อจารึกพ่อขุนรามคำแหงอาจจะเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หนังสือเรื่องไตรภูมิพระร่วงก็คงจะเป็นพระราชนิพนธ์ในพระมหากษัตริย์พระองค์นั้นด้วยเช่นกัน...ศิลปฯ หน้า ๑๖๒

ถ้าสังเกตให้ดี ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ ท่านใช้คำ "น่าจะ, อาจจะ, คงจะ" เกี่ยวกับข้อความต่างๆ ข้างบนนั้น เห็นด้วยทุกประการ เพราะคำ น่าจะ-คงจะ-อาจจะ เป็นคำที่เป็นไปได้ก็ได้ เป็นไปไม่ได้ก็ได้-จริงก็ได้ ไม่จริงก็ได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดก่อนคนปัจจุบัน ที่ไม่เคยเห็น

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ทั้งไตรภูมิพระร่วง และศิลาจารึก หลักที่ ๑ เหตุนี้บุคคลในปัจจุบันจึงใช้จินตนาการเอา ซึ่งเห็นด้วยกับท่าน ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ เป็นอย่างยิ่ง

หากทว่า เมื่อคำนึงถึง "ไตรภูมิกถา-ไตรภูมิพระร่วง" จารขึ้นก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชสมภพ (ตามหลักฐานราชสกุลวงศ์) แล้วพระองค์จะทรงพระราชนิพนธ์ไตรภูมิพระร่วง-ไตรภูมิกถาได้อย่างไร

เมื่อไตรภูมิพระร่วง-ไตรภูมิกถา จารมาก่อนที่พระองค์ทรงพระราชสมภพเช่นนี้ จะทรงพระราชนิพนธ์ ศิลาจารึกหลักที่ ๑ ตามที่ท่าน ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ กล่าวอ้างได้อย่างไร

นี่ก็อีกปัญหาหนึ่งที่น่าพิจารณา ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่งานทั้งสองชิ้นดังกล่าว เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะ

ไตรภูมิกถา-ไตรภูมิพระร่วง จารเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑, ๒๓๓๐

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชสมภพ พ.ศ. ๒๓๔๗

ปวงปราชญ์ราชบัณฑิตย์ต่างเชื่อกันว่า "ไตรภูมิกถา-ไตรภูมิพระร่วง จาร ใน พ.ศ. ๒๓๒๑ และ พ.ศ. ๒๓๓๐ ขอกล่าวแบบชาวบ้านๆ คือ หนังสือเรื่องนี้มีมาก่อนเกิดแล้ว จะให้คนเกิดทีหลังหนังสือเขียนหนังสือเรื่องดังกล่าว ก็ดูกระไรอยู่

ที่มา    ชลอ ช่วยบำรุง  " ภาษา-หนังสือ"  ศิลปวัฒนธรรม  ปีที่ 25  ฉบับที่ 03  วันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2547